วันที่ 28 / .. / 2561

14จุดสุดประทับใจ .. เที่ยวในเมืองเพชรบูรณ์

14จุดสุดประทับใจ .. เที่ยวในเมืองเพชรบูรณ์

14จุดสุดประทับใจ .. เที่ยวในเมืองเพชรบูรณ์

14   Impressions.. Phetchabun City Tour


 ติดต่อขอรับบริการนำเที่ยวเป็นหมู่คณะได้ที่ ศูนย์บริการการท่องเที่ยว เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์
ที่หอโบราณดคีเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย (ศาลากลางเก่า) ฟรีครับ !!



 1.      พุทธอุทยานเพชบุระ(Pechabura Buddhist Park)

เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ ฯ ซึ่งสร้างจำลองมาจากพระพุทธมหาธรรมราชาพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ ที่วัดไตรภูมิ  เป็นมหาพุทธานุสรณ์ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างเป็นจุดศูนย์ร่วมจิตใจของคนเพชรบูรณ์ นอกจากนั้น ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษาในพ.ศ. 2554  องค์พระฯหล่อด้วยโลหะทองเหลืองบริสุทธิ์หนักกว่า 45 ตันที่ปลายยอดจุลมงกุฎหล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก 126 บาท  องค์พระสูง 16.599 เมตร สูงจากพื้นดิน 35 เมตร ขนาดหน้าตัก 11.984 เมตร ซึ่งมีความหมายว่า

       1หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์หนึ่งในดวงใจของชนชาวไทยทั้งประเทศ

       1 หมายถึงพระพุทธมหาธรรมราชา ซึ่งมีเพียงองค์เดียวในโลกที่อัญเชิญมาประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเพชรบูรณ์

      9 หมายถึง รัชกาลที่9 แห่งบรมราชจักรีวงศ์

      84 หมายถึงวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 84พรรษา

ใน วันที่ 26กันยายน 2554  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีบรรจุพระบรม สารีริกธาตุจาก 9ประเทศไว้ที่ปลายยอดจุลมงกุฎและเบิกพระเนตรองค์พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระ เกียรติฯ ณ พุทธยานเพชบุระ

 

 2.     หอโบราณคดีเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย (PhetchabunIntrachai Archaeology Hall)

เป็น การปรับปรุงศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์หลังเก่าให้เป็นหอโบราณคดีที่จัดแสดง เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของจังหวัดเพชรบูรณ์แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 จัดแสดงเป็น ห้องโถงต้อนรับ ห้องกาแฟและห้องว่าด้วยของกินในเพชรบูรณ์ ชื่อว่า ห้องครัวเพชรบูรณ์ ระยะ 2 จะเป็นการจัดแสดงเรื่องราวของเพชรบูรณ์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึง ยุคศรีเทพระยะ 3 จะจัดแสดงในช่วงต่อมาคือ สมัยสุโขทัย อยุธยาและรัตนโกสินทร์ จนถึงยุคร่วมสมัย มีห้องสมุดทางวัฒนธรรมของเพชรบูรณ์และห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียน สำหรับชื่อ เพ็ชรบูรณ์อินทราชัยนั้น เป็นพระนามของเจ้าฟ้ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสอันดับที่ 72 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

    นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการการท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ (Tourist ServiceCenter) อีกด้วย

 

 

3.     ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์ (Phetchabun City Pillar Shrine)

มี ลักษณะเป็นศาลาทรงไทยตรีมุขเป็นที่ตั้งเสาหลักเมืองแห่งเดียวในประเทศไทยที่ ทำด้วยหิน ซึ่งในการบูรณะศาลหลักเมืองเมื่อปีพ.ศ.2548  ได้พบว่าเสาหลักเมืองนั้นเป็นศิลาจารึกอักษรขอมเขียนเป็นภาษาสันสกฤตเล่า เรื่องเกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์1 ด้านและศาสนาพุทธ 3 ด้าน  ตัวเสาหลักเมืองเป็นแท่งเสาหินทรายสีเทามีลักษณะปลายป้านโค้งมน มีความสูงจากฐานล่างจนถึงปลายยอดยอด 184 เซนติเมตร กว้าง 30 เซนติเมตร ความหนาประมาณ 15-16 เซนติเมตร สันนิฐานว่า น่าจะอัญเชิญมาจากเมืองศรีเทพตั้งแต่ครั้งโบราณและมาประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ ก่อน แล้วจึงอัญเชิญมาตั้งเป็นเสาหลักเมืองเมื่อ พ.ศ. 2443  จากการลอกลายอักษรและอ่านโดยกรมศิลปากรพบว่าศิลาจารึกนี้ มีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่16จึงนับว่าเป็นเสาหลักเมืองที่ทรงคุณค่าและเก่า แก่ที่สุดในประเทศไทยอายุนับพันปี  ซึ่งชาวเพชรบูรณ์ให้ความศรัทธา เคารพสักการะและเชื่อถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด  ผู้ที่สนใจ สามารถชมตัวอักษรบนเสาหลักเมืองคำอ่าน และคำแปล ได้ที่หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์

 

 

4.     หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ (Nakornban Phetchabun Cultural Hall)

เป็น การปรับปรุงศาลาประชาคมจังหวัดเพชรบูรณ์เดิม โดยเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ให้เป็นอาคารขนาดใหญ่เพื่อเป็นสถานที่ รวบรวม จัดแสดง ถ่ายทอด เรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นของเพชรบูรณ์ เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และคิดค้นองค์ความรู้ใหม่เพื่อการพัฒนาด้าน วัฒนธรรมเพื่อช่วยเสริมสร้างให้ประชาชนเรียนรู้วัฒนธรรมและมีสำนึกรักท้อง ถิ่นของตนเองและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย อาคารแบ่งเป็นสามส่วนส่วนแรกคือห้องประชุม มีเวทีสามารถจัดกิจกรรมและการแสดงต่าง ๆ  ส่วนที่สองคือส่วนที่เป็นห้องโถงไว้สำหรับจัดแสดงนิทรรศการส่วนที่สามคือ เวทีและลานสำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง

 

 

5.     ประติมากรรมมะขามหวาน (Model of Sweet Tamarind)

สร้าง ขึ้นเพื่อเป็นจุดสัญลักษณ์“เพชรบูรณ์ เมืองมะขามหวาน” เป็นจุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวเมื่อได้เดินทางมาถึงเพชรบูรณ์แล้ว เป็น ประติมากรรมมะขามหวานพันธุ์หมื่นจงมีลักษณะฝักโค้งและผอมเพราะมะขามหวาน หมื่นจงเป็นมะขามหวานพันธุ์แรกที่ปลูกในเพชรบูรณ์ ต้นเก่าแก่ดั้งเดิมอยู่ที่อำเภอหล่มเก่า มะขามหวานที่นิยมปลูกกันมากใน จังหวัดเพชรบูรณ์นอกจากพันธุ์หมื่นจงแล้ว ยังมีพันธุ์สีทอง ประกายทอง น้ำผึ้ง ศรีชมพูอินทผลัม ฯลฯ ด้านหลังประติมากรรมยังมีป้ายข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับมะขามหวานให้ผู้ที่สนใจ ได้อ่านและศึกษาอีกด้วย

 

 

6.     หอประวัติศาสตร์เพชบุระ(Pechabura Historical Hall)

เดิม เป็นที่ตั้งของจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ได้ปรับ ปรุงเป็นสวนสาธารณะกลางเมือง ชื่อว่า “สวนสาธารณเพชบุระ” (เพ-ชะ-บุ-ระ)ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมของเพชรบูรณ์ ตามที่ปรากฏในจารึกบนลานทองคำที่ค้นพบในกรุเจดีย์วัดมหาธาตุซึ่งมีความหมาย ว่าเมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร ภายในสวนฯ มี ลานเอนกประสงค์ขนาดใหญ่และเวทีสำหรับจัดงานต่างๆ มีลานออกกำลังกาย ศูนย์ออกกำลังกาย ประติมากรรมเมืองอยู่สบาย  ส่วนตัวอาคารจวนผู้ว่า ฯ เก่าได้จัดทำเป็นหอประวัติศาสตร์รวบรวมประวัติบุคคลสำคัญ เหตุการณ์สำคัญ  ภาพในอดีตของเพชรบูรณ์ห้องสมุดข้อมูลเพชรบูรณ์ เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ได้ขุดค้นพบในเพชรบูรณ์รวมทั้งของที่ประชาชนทั่วไปได้บริจาคมาร่วมจัด แสดงด้วย

 

 7.     หอภูมิปัญญาและวิถีชาวบ้านเพชรบูรณ์ (Hall of Phetchabun Wisdom and Folkways)

เป็น อาคารสำนักงานการชาดเก่าที่อยู่ในบริเวณสวนสาธารณะเพชบุระได้จัดเป็นหอแสดง ภูมิปัญญาและวิธีชีวิตคนเพชรบูรณ์แบ่งเป็นเรื่องการทำมาหากินอาชีพดั้งเดิม ของคนเพชรบูรณ์ 6 เรื่องด้วยกัน คือ ข้าว ข้าวโพด มะขามหวาน ใบยาสูบ การหาของป่าและวิถีชีวิตริมแม่น้ำป่าสัก พร้อมทั้งเครื่องมือทำมาหากินและเครื่องมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันโดยจัดเป็น ห้องนิทรรศการที่ทันสมัย สวยงามและมีคุณค่ายิ่ง

 

 

8.     วัดมหาธาตุ พระอารามหลวง (Mahathad Royal Temple)

เป็น วัดเก่าแก่ที่สุดคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ตั้งแต่สมัยสุโขทัยด้านหลังโบสถ์ มีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์  สูงประมาณ 8 วาเศษ เมื่อพ.ศ. 2510 ได้มีการขุดค้นเจดีย์ พบจารึกลานทองในท้องหมูสำริดจารึกว่า “พระเจ้าเพชบุร” เป็นผู้สร้างเมื่อ พ.ศ.1926  และยังพบพระพุทธรูปสมัยต่างๆเช่น ทวาราวดี ลพบุรีสุโขทัย อู่ทอง และพระเครื่องเนื้อชินพิมพ์ต่าง ๆ มากมายเช่น ร่มโพธิ์ เปิดโลกนาคปรก นางพญา ซุ้มเรือนแก้ว ซุ้มประตูชัย ฯลฯ นอกจากนั้น ยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชรมีชัยที่ตามพงศวดารระบุว่า พระยาจักรี (รัชกาลที่ 1) ในขณะนั้นได้เคยมานมัสการในขณะเดินทัพมาพักที่เพชรบูรณ์  วัดมหาธาตุเป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีความสำคัญต่อเมืองเพชรบูรณ์มา ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

 

 

9.     วัดไตรภูมิ (Triphum Temple)

เป็นวัดกลางเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก มีอายุกว่า 400 ปี อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธมหาธรรมราชาพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่อัญเชิญมาประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางสมาธิ ศิลปะขอม หน้าตักกว้าง 13นิ้ว สูง 18 นิ้ว ไม่มีฐาน หล่อด้วยทองสำริด ทรงชฎาเทริดดูน่าเกรงขาม เข้มขลัง งดงามมาก เป็นพระพุทธรูปที่คนเพชรบูรณ์เชื่อกันว่า พระเจ้าชัยวรมันที่7 พระราชทานให้แก่พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด เพื่อเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเมื่อครั้งที่พ่อขุนผาเมืองทรงอภิเษกกับ พระราชธิดาพระนางสิงขรเทวี  ภายในวัดไตรภูมิยังมีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองสูงประมาณ9 เมตร และมีความยาวรอบฐาน 9 เมตร  ในอดีต ท่าน้ำหน้าวัดไตรภูมิยังเป็นท่าน้ำที่เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญเป็นที่ ตั้งของตลาดเมืองเพชรบูรณ์เพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากันมาแต่โบราณกาล

 

 

10.  กำแพงเมืองและหอนิทรรศน์กำแพงเมืองเพชรบูรณ์(Phetchabun WallExhibition Hall)

ลักษณะ กำแพงก่ออิฐถือปูนที่ประตูเมืองมีหินทรายและศิลาแลงประกอบบางส่วน สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยกลางกรุงศรีอยุธยามีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 500 เมตร  มีป้อมปราการทั้งหมด 4 ป้อมคือป้อมศาลเจ้าพ่อ ป้อมศาลเจ้าแม่ ป้อมหลักเมือง และป้อมที่ยังสมบูรณ์ที่สุดคือป้อมสนามชัย ยังคงมีซากประตูเมืองอยู่ 2 ด้านคือประตูชุมพลทางทิศตะวันตกที่ถนนเพชรรัตน์และประตูดาวทางทิศตะวันออก ที่ข้างวัดประตูดาว กำแพงเมืองเพชรบูรณ์มีลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่งคือ ตัวป้อมแต่ละมุมจะยื่นไปนอกแนวกำแพงเรียกว่าเป็นการสร้างป้อมแบบหัวธนู

ส่วน หอนิทรรศน์กำแพงเมือง เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงรายละเอียดการสร้างกำแพงเมืองโบราณของเพชรบูรณ์  2  ยุคสมัยด้วยกัน คือ สมัยสุโขทัยและอยุธยา  ภายในหอฯ นอกจากจะมีข้อมูลเกี่ยวกับวัดโบราณและตำนานพื้นบ้านที่ร่วมสมัยกับกำแพง เมืองเพชรบูรณ์แล้ว ยังมีข้อมูลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกำแพงเมืองในที่ต่างๆ อีกด้วย ส่วนอาคารด้านนอกจะสร้างโดยใช้ลักษณะแบบป้อมกำแพงเมืองที่มีใบบังและใบเสมา ตามหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งสามารถเดินรอบและขึ้นไปชั้นบนเพื่อดูวิวทิวทัศน์ อย่างป้อมกำแพงเมืองจริงๆ ได้

 

 

11.  วัดเพชรวรารามพระอารามหลวง (Phet-wararam Royal Temple)

เป็น วัดที่มีความสำคัญยิ่ง ที่สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จฯมาเยี่ยมและเผยแพร่ธรรมถึง3พระองค์ และเป็นวัดที่มีพระอุโบสถที่งดงามยิ่ง มีสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรมและแผนกบาลีภายในวัดมีสวนป่าสวยงาม ร่มรื่น เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์และเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมและพักผ่อน หย่อนใจเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2521และนอกจากนี้ภายในวัดยังมีปูชนียสถานที่สำคัญ คือ มณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธบาทจำลอง และพระไพรีพินาศ

 

 

12.  วงเวียนอนุสรณ์นครบาลเพชรบูรณ์(NakornbanPhetchabun Memorial Circle)

จัด สร้างขึ้นโดยจำลองจากเสาหลักเมืองนครบาลฯที่เมื่อพ.ศ. 2486-2487 สมัยสงครามโลกครั้งที่2 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ออกพระราชกำหนดย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่เพชรบูรณ์โดยใช้ชื่อว่า “นครบาลเพชรบูรณ์”เพราะเห็นว่าเพชรบูรณ์นั้นมีเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม อากาศดี อยู่ใจกลางประเทศ มีภูเขาล้อมรอบและมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว  และได้ดำเนินการอพยพราษฎรมาตั้งหลักแหล่งที่เพชรบูรณ์พร้อมกับย้ายที่ทำการ รัฐบาลตลอดจนสถานที่ราชการต่าง ๆ มาตั้งที่เพชรบูรณ์ และได้ทำการปักเสาหลักเมืองหลวงไว้ที่บุ่งน้ำเต้า อ.หล่มสัก  เสาหลักเมืองนี้ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ฐานล่างประกอบด้วยไม้มงคล 8 อย่าง นอกจากนั้นยังปรากฏหลักฐานว่าได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ที่ เพชรบูรณ์อีกด้วย  แต่ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่อนุมัติให้พระราชกำหนดระเบียบราชการบริหาร นครบาลเพชรบูรณ์เป็นพระราชบัญญัติแต่ด้วยคะแนนเสียง 48 ต่อ 36 ด้วยเหตุผลที่ว่า”เพชรบูรณ์เป็นดินแดนกันดาร มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขาและมีไข้ป่าชุกชุม ...”การสร้างเมืองหลวงใหม่จึงถูกยกเลิกไป ... อนุสรณ์นครบาลเพชรบูรณ์แห่งนี้จึงสร้างขึ้นเป็นเพื่อรำลึกถึงบุญคุณและ อัจฉริยภาพของจอมพลป.พิบูลสงคราม และเพื่อคนเพชรบูรณ์จะได้ภูมิใจในประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งและความเจริญก้าว หน้าของบ้านเมืองตน

 

 

13.  หอนาฬิกาแชมป์โลกคู่แฝด(ClockTower of the Twin World Champion Boxers)

เป็น อนุสรณ์แก่แชมป์โลกคู่แฝดชาวเพชรบูรณ์เขาค้อ และเขาทราย แกแลคซี่  โดยเขาทรายแกแลคซี่ เป็นแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท ของสมาคมมวยโลก (WBA) เป็นแชมป์โลกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2527 ชกป้องกันตำแหน่งชนะ 19 ครั้ง โดยไม่เสียตำแหน่ง ก่อนแขวนนวม 1 กุมภาพันธ์ 2535 สมาคมมวยโลกยกย่องให้เป็นนักชกยอดเยี่ยมแห่งปี พ.ศ. 2532 นักชกยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษเมื่อ พ.ศ.2533 และรางวัล “WORLDBOXING HALL OF FRAME” บรรจุชื่อไว้ในหอเกียรติยศนักมวยที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกของWBA ณ เมืองคานาสโตต้า สหรัฐอเมริกา ส่วนเขาค้อ แกแลคซี่เป็นแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท ของสมาคมมวยโลก และเป็นแชมป์รุ่นนี้คนแรกของไทยได้แชมป์โลกเมื่อ 9 พฤษภาคม 2531ซึ่งทั้งสองคนได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอย่างมากโด่ง ดังไปทั้งประเทศในฐานะที่เป็นแชมป์โลกคู่แฝดในเวลาเดียวกัน

 

 

14.  สวนสาธารณะหนองนารี(Nong-Naree Public Park)

เป็น แหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่เป็นแหล่งพันธุ์พืช ประเภทบัวนานาชนิด แหล่งพันธุ์ปลาต่างๆ ตลอดจนนกหลากหลายสายพันธุ์ทั้งนกประจำถิ่นและนกที่อพยพจากถิ่นอื่น เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ปรับปรุง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ออกกำลังกายสถานที่จัดงานประเพณีและกีฬา รวมทั้งกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ นอกจากนั้น ยังได้จัดทำอุทยานวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในทุก ๆ ด้าน เช่น เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ดาราศาสตร์พืชศาสตร์ บรรพชีวิน พลังงาน สิ่งแวดล้อม ธรณีวิทยา แสงเลเซอร์ และมีท้องฟ้าจำลองหอดูดาว โรงหนัง 3 มิติ อุทยานบัวสวนพฤกษศาสตร์ ฯลฯ .. ชื่อหนองนารีนั้น มีที่มาจากการทำนาที่ได้ปั้นคันนาเป็นรูปโค้งรี ๆ  ไม่ตัดตรงแบบคันนาที่อื่น ๆ จึงเรียกว่า บ้านนารีต่อมาเมื่อสมัยนครบาลเพชรบูรณ์ได้มีการสร้างถนนกั้นทางน้ำจนเกิด เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่

(ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก:ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์)